
Creative Coding
ลายธรรมชาติด้วย Coding
Nature Pattern Coding
สำรวจรูปแบบซ้ำในดอกไม้และใบไม้ แล้วเขียนโปรแกรม Scratch วาดลวดลายของตัวเอง ทำเป็นโปสต์การ์ดหรือที่คั่นหนังสือ
อายุ 7 ปี+ระยะเวลา 1 ชม. 30 นาทีราคา ฿790 / เด็ก 1 คนผ่อนได้ 2 สัปดาห์เครื่องมือ Scratch พร้อมส่วนขยายปากกา โดยครูเตรียมโปรเจกต์เริ่มต้น
🎁 ผลงานกลับบ้าน: โปสต์การ์ดหรือที่คั่นหนังสือ 1 ชิ้น และไฟล์โปรเจกต์
รายละเอียดกิจกรรม
- สำรวจรูปร่างและรูปแบบซ้ำในธรรมชาติ แล้วเขียนโปรแกรมวาดลวดลายของตัวเอง เพื่อนำไปทำโปสต์การ์ดหรือที่คั่นหนังสือ
- เด็กสังเกตดอกไม้ ใบไม้ หรือภาพธรรมชาติ เลือกรูปแบบที่สนใจ แล้วใช้คำสั่งเดิน หมุน และทำซ้ำสร้างภาพ เช่น ดอกไม้เรขาคณิตหรือรูปทรงที่ได้แรงบันดาลใจจากใบไม้
- ตัวอย่างภารกิจคือ “ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์วาดดอกไม้ 6 กลีบ โดยไม่ต้องสั่งวาดทีละกลีบ?”
- ตัวอย่างกติกาในโปรแกรม: ทำซ้ำ 6 ครั้ง → วาดกลีบหนึ่งกลีบ → หมุน 60 องศา จากนั้นทดลองเปลี่ยนเป็น 8 ครั้ง และหมุน 45 องศา แล้วเปรียบเทียบภาพ
อายุที่เหมาะสม & การปรับตามวัย
- เหมาะสำหรับ 7 ปีขึ้นไป
- เด็กเล็กเปลี่ยนสีและจำนวนครั้งจากโปรเจกต์ที่เตรียมไว้
- เด็กโตสร้างบล็อก “วาดกลีบ” ของตัวเอง และใช้ตัวแปรควบคุมขนาด
ขั้นตอนกิจกรรม
สังเกต 10 นาที — ดูตัวอย่างธรรมชาติ หาส่วนที่ซ้ำและส่วนที่แตกต่าง
วางแผน 10 นาที — ร่างภาพ เลือกสี และคาดเดาว่าต้องวาดรูปเดิมกี่ครั้ง
ฝึกคำสั่ง 15 นาที — ทดลองเดิน หมุน ยกปากกา วางปากกา และทำซ้ำ
สร้างลาย 20–30 นาที — ปรับโปรเจกต์ตั้งต้นให้เป็นผลงานของตัวเอง
ทดลองเปรียบเทียบ 10 นาที — เปลี่ยนทีละค่า เช่น มุมหมุนหรือจำนวนครั้ง แล้วสังเกตผล
จัดพิมพ์และเล่าเรื่อง 10–15 นาที — ตั้งชื่อผลงาน พิมพ์ลงการ์ด และอธิบายว่าใช้กติกาอะไรสร้างภาพ
ทักษะที่เด็กจะได้เรียนรู้
🎨
Creative
ออกแบบลาย สี และพื้นที่ว่าง
🔬
Science/Math
สังเกตรูปแบบธรรมชาติ สมมาตร มุม และการทดลองเปลี่ยนตัวแปร
💻
Coding
ลำดับคำสั่ง การวนซ้ำ และการใช้ตัวแปรสำหรับเด็กโต
⭐
ทักษะส่วนบุคคล
การคาดเดาผล ความละเอียด และการปรับปรุงผลงาน
วัสดุต่อคน
| รายการ | งบโดยประมาณ |
|---|---|
| กระดาษการ์ดและพิมพ์สี | 10–20 บาท |
| ใบออกแบบและซอง | 5–10 บาท |
| รวม | 15–30 บาท |
รวมอยู่ในค่า Workshop แล้ว
หมายเหตุความปลอดภัย: ครูเตรียมล่วงหน้า: โปรเจกต์ที่วาดกลีบได้แล้วหนึ่งกลีบ ตัวอย่างภาพ และแม่แบบโปสต์การ์ด เพื่อให้เวลาเน้นการทดลองของเด็กมากกว่าการตั้งค่าหน้าจอ
